Skip to main content

วารสาร

การขาดแคลนคนทำงานด้านสุขภาพและผลกระทบ

1859 ครั้ง

 

ใครคือคนทำงานด้านสุขภาพ?

คนทำงานด้านสุขภาพคือผู้คนที่งานกิจกรรมหลักต่าง ๆ ของพวกเขา ตั้งเป้าไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสุขภาพ คนเหล่านี้รวมเอาผู้คนที่จัดหาบริการทางสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคในห้องทดลอง และคนที่อยู่ในฝ่ายการจัดการ อีกทั้งคนทำงานในเชิงสนับสนุน เช่น เจ้าหน้าที่การเงิน คนทำอาหาร คนขับรถ และคนทำความสะอาด

ทั่วโลก มีคนทำงานด้านสุขภาพราว 59.8 ล้านคน ราวสองในสาม (39.5 ล้านคน) ให้บริการด้านสุขภาพ อีกหนึ่งส่วนสาม (19.8 ล้านคน) เป็นคนงานฝ่านสนับสนุนและการจัดการ หากปราศจากพวกเขาเหล่านี้แล้ว การป้องกันและการบำบัดรักษาโรคและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาสุขภาพก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงผู้ที่จำเป็นต้องการได้

การขยายตัวของความขาดแคลนและผลกระทบที่ตามมา

ประเทศ 57 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาและเอเชีย เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านกำลังคนทางสุขภาพอย่างรุนแรง องค์การอนามัยโลก ประมาณการว่า ผู้ให้บริการทางสุขภาพอย่างน้อย 2, 360, 000 คน และ คนทำงานฝ่ายสนับสนุนทางการจัดการอีก    1, 890, 000 คนที่ขาดแคลน หรือทั้งหมดโดยรวมก็คือจำเป็นต้องการคนทำงานด้านสุขภาพจำนวน 4, 250, 000 คน เพื่อเติมช่องว่างที่ขาดหายไปนี้ หากปราศจากการปฏิบัติในทันทีแล้ว การขาดแคลนอันนี้จะเลวร้ายยิ่งขึ้น

คนทำงานด้านสุขภาพกระจายตัวอย่างไม่เสมอภาคกันทั่วทั้งโลก อีกทั้งยังขาดสมดุลอย่างรุนแรงระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา  การขาดแคลนคนทำงานด้านสุขภาพระดับโลกนี้เป็นเรื่องที่เลวร้ายลงไปอีก ในเรื่องความไม่มีดุลยภาพในระดับประเทศ โดยทั่วไป ก็คือการที่ขาดเจ้าหน้าที่เพียงพอในพื้นที่ห่างไกลเมื่อเทียบกับพื้นที่ในเมือง

กลุ่มประเทศแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮาราเผชิญความท้าทายนี้ใหญ่หลวงที่สุด ขณะที่มีประชากรราวร้อยละ 11 ของประชากรโลกทั้งหมด และร้อยละ 24 ของภาระโลกในระดับโลก กลุ่มประเทศนี้มีคนทำงานด้านสุขภาพเพียงแค่ร้อยละ 3 ของสัดส่วนคนทำงานด้านสุขภาพทั้งโลก  

มีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่าง สัดส่วนคนทำงานทางสุขภาพต่อประชากร และสัดส่วนการรอดชีวิตของสตรีในระหว่างการคลอดบุตร และเด็ก ๆ ในช่วงทารกวัยอ่อน  ขณะที่จำนวนคนทำงานด้านสุขภาพลดน้อยถอยลง อัตราการรอดชีวิตก็ลดลงตามสัดส่วนด้วย

การกระจายตัวของคนทำงานด้านสุขภาพในระดับโลก

กำลังคนด้านสุขภาพในอเมริกาเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้เขตทะเลทรายซาฮารา

 

อเมริกา

กลุ่มประเทศแอฟริกาใต้เขตทะเลทรายซาฮารา

มีประชากรร้อยละ 14 ของทั้งโลก

มีประชากรร้อยละ 11 ของทั้งโลก

ภาระโรคในระดับโลกอยู่ที่ร้อยละ 10

ภาระโรคในระดับโลกอยู่ที่ร้อยละ 25

คนทำงานด้านสุขภาพในระดับโลกมีอยู่ถึงร้อยละ 42

คนทำงานด้านสุขภาพในระดับโลกมีเพียงแค่ร้อยละ 3

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระดับโลก  มากกว่าร้อยละ 50

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระดับโลกอยู่ที่  น้อยกว่าร้อยละ 1

แหล่งที่มา: องค์การอนามัยโลก, รายงานสุขภาพของโลก ปี 2006

ภัยคุกคามต่อสุขภาพระดับโลก

ความจำเป็นทางสุขภาพที่กำลังกดดันมากขึ้นทั่วโลกไม่สามารถได้รับการตอบสนองได้หากปราศจาก กำลังคนทางสุขภาพที่มีอยู่หาได้ เพียงพอ และได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

เป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals, MDGs)

เป้าหมายแห่งสหัสวรรษ เป็นพิมพ์เขียวที่ตกลงร่วมกันโดยประเทศต่าง ๆ และสถาบันการพัฒนาชั้นนำ เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นของผู้คนยากจนที่สุดในโลก

เป้าหมายสหัสวรรษที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ วางเป้าไว้เพื่อลดภาวะการเสียชีวิตในเด็ก ปรับปรุงสุขภาพของมารดา สู้กับเชื้อเอชไอวี/เอดส์ และโรคอื่น ๆ เช่น วัณโรค และมาลาเรีย และเพื่อการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงยารักษาโรคอันจำเป็น

การขาดแคลนคนทำงานด้านสุขภาพได้เป็นอุปสรรคขัดขวางอันสำคัญที่จะสร้างความก้าวหน้าในการที่จะไปให้ถึงเป้าหมายเหล่านี้

การแพร่ระบาด

ความกังวลที่ผ่านมาเกี่ยวกับภัยคุกคามของไข้หวัดนก ได้นำเราใส่ใจกับผลกระทบอันมหาศาลในเรื่องการระบาดระดับโลกที่สามารถเกิดขึ้นได้ กับการที่ขาดแคลนคนทำงานด้านสุขภาพในปัจจุบัน ผนวกกับการเตรียมตัวที่ไม่เพียงพอ และบ่อยครั้งกับสภาพการทำงานที่ย่ำแย่

หายนะทางธรรมชาติ

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว สามารถเพิ่มภาระมากล้นพ้นตัวให้กับระบบสุขภาพในระดับชาติและในระดับท้องถิ่นที่กำลังทนทุกข์อยู่กับการขาดแคลนในเรื่องบุคลากรหรือขาดรอนเงินทุน 

ความขัดแย้ง

บ่อยครั้งความขัดแย้งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงและยาวนานต่อกำลังคนด้านสุขภาพ  บุคลากรที่มีคุณสมบัติอาจถูกคร่าชีวิตหรือถูกผลักดันให้ละทิ้งการปฏิบัติงาน ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยทั่วไปแล้วแนวโน้มหลาย ๆ อย่างอุบัติขึ้น เช่นว่าคนงานที่เป็นพลเมืองก็หนีจากศูนย์สุขภาพ และโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่อันตราย และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยกว่าก็มีบุคลากรล้น  ระบบการจัดการก็ล้มระเนระนาด สภาพแวดล้อมการทำงานก็ผุกร่อน รวมไปถึงค่านิยมในทางวิชาชีพก็อ่อนแอลง

การดูแลรักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยเรื้อรัง

ประชากรที่เข้าสู่วัยชรา และการเพิ่มขึ้นที่สูงลิ่วในโรคเรื้อรังทั่วโลก กำลังเรียกร้อง กำลังคนด้านสุขภาพที่มีไม่เพียงพออยู่แล้ว และพวกเขาก็กำลังเข้าสู่วัยชราอีกด้วย กอปรกับจำนวนที่มีอยู่ก็คงที่

การรับมือกับวิกฤต: อะไรบ้างที่จำเป็น

  • การลงทุนโดยตรงที่มากขึ้นในเรื่องการฝึกอบรมและการสนับสนุนคนทำงานด้านสุขภาพ   ทุนเริ่มต้นจะใช้เพื่อการฝึกอบรมคนทำงานด้านสุขภาพมากขึ้น  ในขณะที่บุคลากรจบการศึกษาและเข้าสู่ภาคกำลังคน ทุนจำนวนมากขึ้นเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนของพวกเขา  เพื่อให้การศึกษาและจ่ายเงินเดือนคนทำงานด้านสุขภาพจำนวนสี่ล้านคน เป็นเรื่องจำเป็นใน 57 ประเทศ ที่มีการขาดแคลนอย่างรุนแรง  งบประมาณด้านสุขภาพจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีภายในปี ค.ศ. 2025  เพื่อให้ตอบรับกับเป้าหมายนั้นภายใน 20 ปี เป็นเรื่องทะเยอทะยานแต่ก็เป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล
  • แผนระดับชาติสำหรับกำลังคนด้านสุขภาพ และการเพิ่มในเรื่องจำนวนคนทำงานด้านสุขภาพในทุกประเทศที่มีการขาดแคลนรุนแรง  สิ่งที่ว่ามานี้ต้องนำภาวะผู้นำทางการเมือง แผนเข้มข้นเพื่อกำลังคนทางสุขภาพที่มีประสิทธิผล รวมไปถึงการทุ่มเทในเรื่องทุนที่จำเป็น  การให้ทุนต้องไม่ครอบคลุมเพียงแค่ผู้ให้บริการทางสุขภาพ แต่ยังครอบคลุมไปถึงการจัดการ และการสนับสนุนคนทำงานด้านสุขภาพ ผู้ซึ่งจัดหาการบริการอันสำคัญยิ่งแก่ระบบสุขภาพ   รัฐบาลต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องลงทุนในเรื่องการฝึกอบรมคนทำงานด้านสุขภาพที่มีอยู่แล้วด้วย เพื่อช่วยให้พวกเขารู้ทันการณ์ในเรื่องลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลง
  • การใช้ที่มีประสิทธิผลมากขึ้นในเรื่องกำลังคนด้านสุขภาพที่มีอยู่แล้วมาตรการที่ไม่แพง ง่าย เช่น การปรับปรุงการจัดการ และการดูแล รวมทั้งการเขียนบทพรรณนางานที่ชัดเจนจะช่วยได้   อีกกลยุทธที่ช่วยได้ก็คือ การให้บริการแบบ “เอาไปเผื่อ”  (piggy-backed services) หมายความว่า บุคลากร ที่ให้บริการโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ให้วัคซีนในระหว่างการรณรงค์กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันสามารถให้บริการอย่างอื่นเข้าไปด้วยในคราวเดียวกัน เช่น โด๊สวิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็น
  • ปัจจุบันงานดูแลรักษาสุขภาพพื้น ๆ ถูกมอบหมายให้กับบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง ดังนั้นควรจะแจกจ่ายงานดังกล่าวไปให้กับคนทำงานด้านสุขภาพที่มีทักษะความเชี่ยวชาญน้อยกว่าผู้ซึ่งสามารถทำงานเหล่านั้นได้อย่างสูสี  กับการที่มีการดูแลและสนับสนุนที่เพียงพอ อาสาสมัคร คนทำงานด้านสุขภาพชุมชน ที่มีการฝึกอบรมอันจำกัด สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ ในการให้บริการด้านสุขภาพได้ 
  • การป้องกันและการปฏิบัติที่ยุติธรรมมากขึ้นต่อคนทำงานด้านสุขภาพ บ่อยครั้งบุคลากรเผชิญกับสภาพการทำงานที่ยากและเป็นอันตราย และรายได้ที่ต่ำในเหล่าประเทศกำลังพัฒนา
  • การเข้าถึงการป้องกันเชื้อเอชไอวีที่มีประสิทธิผลและการบำบัดรักษาเพื่อคนทำงานด้านสุขภาพทุกคนเชื้อเอชไอวี ได้ส่งผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนต่อคนทำงานด้านสุขภาพในหลาย ๆ ประเทศ มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดที่บุคลากรจะได้รับบริการเหล่านี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ปกปิดเป็นความลับ
  • ให้การสนับสนุนสตรีเพศเข้าสู่วิชาชีพด้านสุขภาพ ความจำเป็นของพวกเธอควรจะถูกทำให้สะดวกผ่านการจัดเตรียมงานที่ยืดหยุ่น และลู่ทางอาชีพที่อยู่ในตำแหน่งภาวะผู้นำก็ควรถูกปรับให้เข้ากับชีวิตครอบครัว
  • สิ่งจูงใจที่ลดลงสำหรับการเกษียณก่อนกำหนดประเทศต่าง ๆ ที่มีการขาดแคลนบุคลากรอย่างรุนแรง ควรจะจัดหาโอกาสต่าง ๆ เพื่อคนเกษียณอายุจะได้กลับเข้ามาทำงาน
  • แผนการเตรียมพร้อมรับมือที่เข้มข้นในทุกประเทศ เพื่อการตอบสนองกำลังคนต่อการระบาดและภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ แผนต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะรวมเอาแผนเพื่อคนทำงานด้านสุขภาพจะร่วมไม้ร่วมมือกับบุคลากรในฝ่ายทหาร ภาคการขนส่ง และการศึกษาอย่างไร เพื่อเพิ่มขีดสูงสุดในเรื่องประสิทธิภาพ ทรัพยากรมนุษย์ที่ขาดแคลน
  • ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง คิดพิจารณาใหม่ในการมอบหมายงานให้กับคนทำงานด้านสุขภาพสู่พื้นที่ที่มีความจำเป็น  บุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานเช่นนั้นจำเป็นต้องได้รับการป้องกันและการสนับสนุน ผู้ให้ทุนในระดับสากล และผู้มีบทบาทหลัก ๆ จำเป็นที่จะต้องใช้มาตราการต่าง ๆ เพื่อปกป้องเครือข่ายคนทำงานด้านสุขภาพที่มีอยู่
  • การปฐมนิเทศคนทำงานด้านสุขภาพ การฝึกอบรมและการพัฒนาสิ่งกระตุ้นทางอาชีพ เพื่อให้การสนับสนุนการบริการในพื้นที่ห่างไกลและเสียเปรียบ  ปฏิบัติการเหล่านี้จะช่วยลดผลกระทบแนวโน้มของการกระจุกตัวคนทำงานด้านสุขภาพที่มีอยู่ในพื้นที่เขตเมืองต่าง ๆ
  • กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ดีกว่า เพื่อนำเอาชุนและคนป่วยเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นมากขึ้นในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง  ความเป็นหุ้นส่วนภาคีระหว่างผู้ป่วยและคนทำงานด้านสุขภาพ สามารถปรับปรุงคุณภาพของการดูแลและสัมฤทธิผลด้านสุขภาพได้ 
ที่มา: 
http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs302/en/index.html

สื่อที่เกี่ยวข้อง

article
article
article