Skip to main content

วารสาร

ชาวเอเชียหลบเลี่ยงขอความช่วยเหลือจากหมอในการลดน้ำหนัก

996 ครั้ง
ข้อมูลผู้เขียน
ผู้เขียน: 
ซานจีฝ บัตทู

 

คุณอัมราน อาลี (Amran Ali) ลดน้ำหนักไปได้ 101 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียงแค่ 16 เดือน และในกระบวนการเดียวกันก็ลดรอบเอวไปได้เกือบ ๆ 20 นิ้ว

แต่การอดอาหารและออกกำลังกาย ไม่มีส่วนช่วยในน้ำหนักที่หายไปอย่างรวดเร็วของเขาเลยเพราะว่าเขาตัดสินใจที่จะเข้ารับการผ่าตัดลดความอ้วน

คุณอัมราน อายุ 51 ปี จากเมืองแบรดฟอร์ด กล่าวว่า “ผมมีปัญหาทางสุขภาพหลายต่อหลายอย่าง รวมไปถึงการที่ไม่สามารถหายใจได้สะดวกเมื่อผมพยายามที่จะนอนหลับในตอนกลางคืน และก็ไม่สามารถเดินได้ไกล ผมคิดว่าผมกำลังเดินทางไปสู่เส้นทางมรณาก่อนวัย และก็ต้องการความช่วยเหลือ”

“ผมพยายามที่จะรักษาความฟิตและทานอาหารอย่างมีเหตุมีผล กระนั้นก็ดีผมก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ดังนั้นผมจึงพูดกับลูก ๆ และตัดสินใจที่จะลงมือทำบางอย่างรุนแรง และก็ทำการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (gastric bypass)”

คุณอัมราน ได้รับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลรอยัล แบรดฟอร์ด ซึ่งเป็นศูนย์เฉพาะเพื่อการผ่าตัดลดน้ำหนัก

แต่ทั้งที่เมืองนี้มีประชากรชาวเอเชียเยอะมาก คุณอัมราน เป็นกรณีที่ต่างออกไป  ว่ากันจริง ๆ เลย ไม่มีใครสักคนที่มาจากชุมชนเอเชียในเมืองนี้ออกมาเพื่อขอรับความช่วยเหลือ

สถานการณ์ที่น่าแปลกประหลาดใจ

คุณหมอเจมส์ ฮัลสเตด ศัลยแพทย์ที่ปรึกษาด้านการผ่าตัดลดความอ้วน กล่าวว่าจวบจนจะสิ้นปีนี้ หน่วยงานจะทำการผ่าตัดราว ๆ 100 ราย เพื่อช่วยเหลือคนในการลดน้ำหนัก

หมอเจมส์กล่าวว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจจริง ๆ ก็คือว่า จากจำนวนตัวเลขผู้เข้ารับการผ่าตัด มีเพียง 3 หรือ 4 รายที่เป็นชาวเอเชียใต้

“จากฐานข้อมูลของจำนวนผู้คนชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ในเมืองแบรดฟอร์ด พวกเขาทนทุกข์จากระดับของโรคอ้วนที่ไม่เหมาะสมอย่างสูง  ดังนั้นเราควรจะพบกับพวกเขาเป็นจำนวนมากขึ้นที่คลินิก ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่เข้ามาหาเพื่อขอความช่วยเหลือโดยตรง เพราะว่าการที่มีน้ำหนักเกินเป็นเรื่องที่ยอมรับกันมากกว่าในครอบครัวเอเชียตามประเพณีดั้งเดิมแต่ด้วยผลลัพธ์ของการมีน้ำหนักเกิน ชนชาวเอเชียทนทุกข์จากระดับของความเจ็บป่วยที่มากกว่า เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ปัญหาต่าง  ๆ ที่เกี่ยวกับไต”

เมืองแบรดฟอร์ด จะมีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดในกระบวนการลดขนาดกระเพาะโดยตรงและการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะโดยใช้วิธีการใส่ห่วงรัดกระเพาะแบบปรับขนาดได้ เป็นสองเท่าในปีหน้า

การผ่าตัดแต่ละครั้ง เสียค่าใช้จ่ายราว ๆ 10, 000 ปอนด์ แต่ หมอเจมส์ เชื่อว่ามันคุ้มค่าสำหรับเงินที่เสียไป เพราะหากปราศจากการเข้าแทรกแซง NHSจะใช้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวกับผู้ป่วยโรคอ้วนภายในระยะเวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น

แต่นักวิชาชีพด้านสุขภาพ กล่าวว่า การเข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักควรจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

 

ทางเลือกสุดท้าย

กองทุนดูแลสุขภาพขั้นปฐมภูมิแห่งแบรดฟอร์ด (Bradford Primary Care Trust)บอกว่าใครก็ตามที่มีค่าบีเอ็มไอหรือดัชนีมวลรวมกาย น้อยกว่า 45 จะไม่ผ่านเข้ารับการผ่าตัด

การออกกำลังกายและการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควรจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นทางเลือกอันดับแรกสุด

ดร. เกร็ก เฟลล์ ที่ปรึกษาทางด้านการสาธารณสุขของกองทุนฯ กล่าวว่า “การผ่าตัดเป็นการรักษาที่มีประสิทธิผลมากวิธีหนึ่ง แต่การเดินระยะไกล ๆ และการทานอาหารให้มีคุณค่าสมดุลให้มากขึ้น ก็มีประสิทธิผลพอ ๆ กัน การเข้ารับผ่าตัดผ่านมีดหมอ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทางเราอยากจะแนะนำ มันเป็นทางเลือกสุดท้าย แม้แต่ผู้คนที่อ้วนจนไม่ดีต่อสุขภาพเอามาก ๆ ก็ยังสามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิผลโดยปราศจากการผ่าตัด”

“มีความเสี่ยงหลาย ๆ อย่างที่ผูกติดกับการผ่าตัดไม่ว่าชนิดใด และการเข้ารับการผ่าตัดจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นต้องคิดให้นานและจงหนัก ก่อนที่คุณจะทำการตัดสินใจก้าวเข้าไปสู่ขั้นนั้น”

การนำเสนอทางเลือก

แต่ คุณหมอเจมส์ กล่าวว่า หัวใจของเรื่องนี้ก็คือ การนำเสนอทางเลือกให้แก่ผู้ป่วย และการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะก็อาจเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีสำหรับบางคน

เขากล่าวว่า “เมื่อประโยชน์แท้จริงได้ถูกชี้แจงแถลงไขอย่างชัดเจนแล้ว เราอาจเริ่มเห็นชาวเอเชียพิจารณาการผ่าตัดเป็นทางเลือกจริงทางเลือกหนึ่งที่จะลดน้ำหนัก และในกระบวนการก็หยุดปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับสุขภาพไปในตัวด้วย”

คุณอัมราม เชื่อตามว่าการเข้ารับการผ่าตัดลดน้ำหนักช่วยชีวิตเขาไว้ เขากล่าวว่า ผลที่ตามมานั้นดีเอามาก ๆ

“ตอนนี้ ผมสามารถไปไหนต่อไหนได้ และก็สามารถทำในสิ่งที่ผมอยากทำมานาน”

“น้องชายของผมอ้วนเอามาก ๆ เขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผมและตอนนี้เขาก็อยู่ในรายชื่อรอคิวตามลำดับ เพื่อที่จะเข้ารับการผ่าตัดอย่างเดียวกับผม ผมรู้ว่ามันมีความเสี่ยงหลาย ๆ อย่าง และผมก็ตระหนักถึงมันแต่ผมเองก็สบายใจถึงแม้ผมรู้ว่าผมจะต้องทานวิตามินแบบเม็ดไปชั่วชีวิต”

“อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ชีวิตผมก็ยืดยาวออกไปนานกว่าเดิมมาก”

ที่มา: 
http://www.bbc.co.uk/news/health-11666982

สื่อที่เกี่ยวข้อง

article
article
article