Skip to main content

วารสาร

ผู้คนใช้เวลาครี่งหนึ่งของการตื่นนอนไปกับการฝันกลางวัน

2246 ครั้ง

 

ตามข้อมูลการศึกษาของสหรัฐที่ทำการศึกษาผ่านไอโฟน พบว่าผู้คนทั้งหลายต่างก็ใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของโมงยามที่พวกเขาตื่นนอนไปกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขากำลังทำอยู่จริง ๆ ณ ขณะนั้นเลย

มีอาสาสมัครมากกว่า 2,200 คนได้ดาวน์โหลดโปรแกรมประยุกต์ ซึ่งเป็นการสำรวจ เกี่ยวกับความคิดและอารมณ์ของพวกเขาในช่วงเวลาสุ่มถามหลายช่วงของกลางวันและกลางคืน

ผลการศึกษาชี้ว่า ความคิดจิตใจเลื่อนลอยแม้ตอนที่ทำงานที่ต้องทำให้เสร็จอย่างน้อยร้อยละ 30 ของเวลานั้น

ผู้เชี่ยวชาญจากเมืองผู้ดีท่านหนึ่งบอกว่า งานศึกษาชิ้นอื่น ๆ ตอกย้ำว่าผู้คนไขว้เขวสูญเสียสมาธิได้อย่างง่ายดาย

ไอโฟนไม่ใช่เครื่องมือในการวิจัยชนิดใหม่สำหรับนักวิจัยแห่งมหวาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแต่อย่างใด

ผู้เข้าร่วมตกลงที่จะได้รับการติดต่อ โดยพวกเขาเลือกว่ากำลังทำอะไรจากรายการที่มีให้ โดยดูว่าพวกเขากำลังคิดอยู่กับเรื่องนั้นจริง ๆ และพวกเขารู้สึกดีใจหรือเสียใจขนาดไหน

ผู้เข้าร่วมบางคนเตรียมตัวที่จะตอบคำถามในการสำรวจ แม้แต่ตอนที่พวกเขากำลังร่วมรัก เลยทีเดียว

ขณะที่ตัวอย่างการศึกษา ประกอบไปด้วยผู้คนซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องมืออย่างไอโฟน และเตรียมตัวที่จะดาวน์โหลด และจะถูกรบกวนโดยโปรแกรมประยุกต์ชนิดนี้ นักวิจัยกล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้มันนำมาซึ่งการรู้แจ้งเห็นจริงในเรื่องความคิดจิตใจสามารถท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไรในช่วงระหว่างวัน

หลังจากรวบรวมผลศึกษาจากการสำรวจ 250, 000 ครั้ง ทีมวิจัยจากฮาร์วาร์ด สรุปว่า คนกลุ่มนี้ใช้เวลาร้อยละ 46.9 ของเวลาที่พวกเขาตื่นนอนไปกับความคิดจิตใจที่พเนจรไปเรื่อย ๆ

ดร. แมธธิว คิลลิ่งส์เวอร์ธ หนึ่งในนักวิจัยของทีมกล่าวว่า “การเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิต ปรากฎให้เห็นอยู่ทุกหนแห่งทั่วทุกกิจกรรม การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ชีวิตของจิตมีการกระจายอยู่ทั่วไป หากจะพูดถึงในขั้นที่สังเกตให้เห็นได้ชัดเจนก็คือ ภาวะจิตมันไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะ”

ว่าด้วยความสุข

ข้อมูลการสำรวจว่าด้วยความสุข ปรากฎให้เห็นว่ามีการเชื่อมโยงที่พอประมาณระหว่าง ระดับของการเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิตและระดับของความสุข 

คนที่เสียสมาธิมากที่สุดจากงานที่ตนต้องทำในขณะนั้นคือผู้ที่จะรายงานถึงความรู้สึกของการไม่มีความสุขมากกว่าคนอื่น ๆ

รายงานของความสุขมาจากกลุ่มที่ กำลังออกกำลังกาย กำลังสนทนา หรือกำลังร่วมรัก ขณะที่การไม่มีความสุขนั้นมาจากผู้คนที่กำลังพักผ่อน ทำงานหรือกำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่

ดร. แมธธิว บอกว่า “การเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิต เป็นตัวทำนายที่ดีเลิศของความสุขของมนุษย์”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิตเป็นสาเหตุ หรือผลลัพธ์ของความไม่มีความสุขยังคงไม่ได้รับการพิสูจน์จากการวิจัยครั้งนี้

ศาสตราจารย์ นิลลี ลาวี แห่งสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการรับรู้แห่ง มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (Institute of Cognitive Neuroscience at University College London) บอกว่าขณะที่ความพยายามที่จะวัดจิตที่เดินทางอย่างไร้จุดหมายเป็นเรื่องกล้าหาญชาญชัย ผลลัพธ์ของการศึกษาอาจออกมามีความแน่นอนน้อยอันเนื่องมาจากประเภทของผู้เข้าร่วม

ศาสตราจารย์ นิลลี กล่าวต่อว่า “การเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิต อาจมีอยู่ทั่วไป ทุกหนทุกแห่งในประเภทของคนผู้ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับชนิดของโปรแกรมประยุกต์ของไอโฟน และก็เป็นผู้ที่เตรียมตัวที่จะเสียสมาธิจากอะไรก็ตามที่พวกเขากำลังทำงานเพื่อการณ์นี้”

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์นิลลี กล่าวทิ้งท้ายว่า การวิจัยในห้องทดลองของเธอได้พบ ระดับการเดินทางอย่างไร้จุดหมายของจิตที่คล้ายกันหรือแม้กระทั่งมีระดับสูงกว่าในกลุ่มของผู้เข้าร่วมทดสอบที่ได้รับงานที่ต้องทำให้เสร็จน้อยกว่า 

ที่มา: 
http://www.bbc.co.uk/news/health-11741350

สื่อที่เกี่ยวข้อง

article
article
article