Skip to main content

วารสาร

กฎหมายว่าด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ฉบับใหม่สุมไฟการโต้แย้งครั้งใหม่ในอินโดนีเซีย

2109 ครั้ง
ข้อมูลผู้เขียน
ผู้เขียน: 
คาริชมา วาสวานี

ที่ประเทศอินโดนีเซีย กฎหมายฉบับใหม่ได้คลอดออกมาซึ่งบัญญัติไว้ว่าเด็กทารกทุกคนควรจะได้รับการเลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวสำหรับช่วงหกเดือนแรกของชีวิต  นับตั้งแต่ช่วงต้นปีค.ศ. 2011 เป็นต้นไป ใครก็ตามที่ขัดขวางจะถูกปรับเป็นเงินถึง 100 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (100m rupiah) หรือ ประมาณ 334,000 บาท และก็จะถูกตัดสินลงโทษเข้าคุกถึงหนึ่งปี เมื่อเดินเข้าไปในสลัมของซิลินซิง (Cilincing)ทางตอนเหนือของกรุงจาการ์ตา สิ่งแรกที่เตะคุณเข้าให้ก็คือ ส่วนผสมอบอวลด้วยกลิ่นเหม็นของหอยและขยะ

ซิลินซิงตั้งอยู่หันหน้าออกทะเล เด็ก ๆ เล่นในตรอกซอกซอยขณะที่ชาวประมงเดินหลบหลีกเพื่อขายเครื่องปั้นดินเผา  ผู้คนก็เบียดเสียดแย่งกันอยู่อาศัยในสภาพเพิงสังกะสีโกโรโกโสวางซ้อนกันพาดกับกำแพง

ซิลินซิงเป็นตัวอย่างของพื้นที่ยากจนข้นแค้นในกรุงจาการ์ตา มีแมลงวันบินว่อนเต็มไปหมดทุกที่ แพะและไก่ก็เดินไปมาอย่างอิสระ และบ่อยครั้งก็กินอาหารรวมทั้งถ่ายใกล้ ๆ บ้านเจ้าของพวกมันนั่นแหละ

ทั้งหมดนี้เพิ่มปัญหาเข้าไปให้กับสภาพที่ไม่มีสุขอนามัยและขาดการสุขาภิบาลที่แย่อยู่แล้ว คนทำงานช่วยเหลือด้านสังคมบอกว่า พื้นที่แถวนี้ในกรุงจาการ์ตา มีอัตราการเสียชีวิตของเด็กทารกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

เด็ก ๆ ที่นี่ป่วยกันบ่อย และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมองค์กรการกุศลที่สนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อว่าเมอร์ซี่ คอร์ปส์ (Mercy Corps)เริ่มสอนบรรดาคุณแม่เกี่ยวกับคุณความดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อสามปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพกล่าวว่าทางหนึ่งที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิผลที่สุดที่จะสร้างภูมิคุ้มกันโรคในเด็กเล็กก็คือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก โปรแกรมนี้ได้ขยายไปสู่สลัมมากกว่า 30 แห่งในพื้นที่แถวนี้ แรก ๆ บรรดาคุณแม่ยังสาวเหล่านี้ยังสงสัยปนระแวงในข้อดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

คุณคูคู อโลวิยา (Cucu Alowiya)หัวหน้ากลุ่ม บอกว่า มันยากเย็นแสนเข็ญเอาการในตอนแรก ๆ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้หญิงเลือกที่จะเลี้ยงลูกตนเองด้วยนมแม่อย่างเดียว

คุณ คูคู กล่าวว่า “ตอนแรกเริ่มเดิมที พวกเขาไม่เชื่อฉันเลยเลย”

พวกเขาบอกฉันว่า พวกเขาได้เห็นโฆษณาทางโทรทัศน์บอกว่านมผงดีกว่า แต่ฉันก็บอกกับพวกเขาว่า นมแม่นั้นถูกกว่าและในทางปฏิบัติก็เร็วกว่าและก็ดีกว่าสำหรับเด็ก ๆ

ข้อดีหลาย ๆ อย่างของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลาหกเดือนได้รับการสนับสนุนโดยองค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ

องค์กรทั้งสองแห่งบอกว่าหากเด็กอินโดนีเชียได้รับการเลี้ยงดูเช่นนี้ มันสามารถช่วยตอบโจทย์อัตราการขาดสารอาหารที่สูงในประเทศได้

ในการสำรวจของรัฐบาลปี ค.ศ. 2007เกือบร้อยละ 40 ของเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบที่ได้รับการสำรวจ ถูกรายงานว่ามีการเจริญเติบโตที่แคระแกร็นเนื่องมาจากการขาดสารอาหาร

ตามประเพณีแล้ว สตรีชาวอินโดนีเชียเกือบทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงใดช่วงหนึ่งหลังการให้กำเนิดบุตร แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าหลาย ๆ คนไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว

โดยข้อเท็จจริง ข้อมูลที่ผ่านมาไม่นานนี้ได้แสดงให้เห็นว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในอินโดนีเซียได้ตกลงไปที่ร้อยละ 10 ระหว่างปีค.ศ. 2006 และ 2008

กลับไปทำงาน

แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับสตรีส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นที่จะต้องกลับไปทำงานเพื่อสนับสนุนดูแลครอบครัวเป็นเรื่องที่ท้าทายเอมามาก ๆ คุณไดอานา อายุ 22 ปี ทำงานในโรงงานเย็บผ้า เธอหยุดงานหลังให้กำเนิดบุตร ประเทศอินโดนีเซียจัดหาเงินเดือนเป็นเวลาสามเดือนให้กับผู้หญิงหลังคลอด

 

คุณไดอานาได้เห็นข้อดีหลาย ๆ อย่างของการเลี้ยงลูกของเธอเองด้วยนมแม่ เมื่อเจ้าหนูน้อยกำเนิดมาครั้งแรก เธอก็เลี้ยงด้วยนมแม่ แต่หลังจากนั้นก็สลับกับนมผงเมื่อเธอคิดถึงการกลับไปทำงาน

ไดอานากล่าวว่า ลูกของเธอป่วยเอามาก และน้ำหนักก็ลดลง  ทำให้เธอต้องกลับไปเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และกลับไปทำงานล่าช้าออกไป แต่เธอเองก็ไม่สามารถเลื่อนการกลับไปทำงานออกไปอีกให้นานกว่านี้ได้ เพราะเธอเองก็จำเป็นต้องใช้เงิน

“สำหรับผู้หญิงทำงานมันยากเอามาก ๆ ที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเวลาหกเดือนโรงงานที่ฉันทำงานอยู่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และด้วยความสัตย์จริง พวกเขาก็ไม่สนใจพวกเรา เพื่อนของฉันบางคนที่ได้กลับไปทำงานไม่มีทางเลือกอื่น เลยต้องให้นมผงเลี้ยงลูก”

แต่รัฐบาลอินโดนีเซียบอกว่า กฎหมายฉบับใหม่ จะช่วยคุณแม่ที่ยังสาวอยู่เช่นไดอานาเป็นต้น โดยการบังคับกฎต่าง ๆ ที่บริษัทต้องจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กับคนงานสตรี

คุณ ทาริ ตรีทารายาติ (Tari Tritarayati) เจ้าหน้าที่กระทรวงสุขภาพของอินโดนีเซียกล่าวว่า “กฎหมายฉบับนี้จะมีขั้นตอนที่มีรายละเอียดว่าด้วยเรื่องบริษัทต่าง ๆ ต้องจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไร เพื่อช่วยเหล่าคุณแม่ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมทั้งการปั๊มน้ำนมและการจัดเก็บนมแม่”

“มันจะออกกฎบังคับบริษัทผลิตนมด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะไม่แจกสิ่งล่อให้คนทำงานด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่จะผลักดันคนอื่นให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา”

ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นขั้นตอนที่มีนัยสำคัญในอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ทำหน้าที่เพียงพอที่ช่วยปกป้องสิทธิของเหล่าคุณแม่ที่ทำงานตัวเป็นเกลียว

การโต้คารมเรื่องนมผง

สำหรับประเทศอินโดนีเซียเอง ยังไม่ได้ลงมติรับเอากฎ International Code of Marketing of Breast Milk Substitutesมาใช้ ซึ่งบังคับให้อุตสาหกรรมผลิตนมผงโดยการสร้างความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์จะไม่ถูกทำการตลาดอย่างเสรีกับคุณแม่มือใหม่ที่ถูกชักจูงอย่างง่ายดาย

แต่ในขณะที่กฎหมายใหม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นการก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง ชุมชนการแพทย์บางแห่งรู้สึกว่ามันไม่ได้ไปไกลเพียงพอ

ดร. ฟรานซิสกา เออร์นา มาร์เดียนานิงซห์ (Dr. Fransiska Erna Mardiananingsih) บอกว่า รัฐบาลควรจะพุ่งเป้าความพยามยามไปที่อุตสาหกรรมนมผงที่ทรงพลังมีเงินหมุนเวียนเป็นร้อย ๆ ล้านดอลลาร์

โดยเฉลี่ย มีทารกราวหนึ่งล้านคนเกิดในอินโดนีเซียทุก ๆ ปี

ดร. ฟรานซิสกา บอกอีกว่า “มือยาว ๆ ของบริษัทขายนมผงอยู่ทุกที่เลย”

 

“บริษัทเหล่านี้เป็นเจ้าภาพงานอีเวนต์ที่เกี่ยวกับการโปรโมทต่าง ๆ ข้อมูลที่ได้นั้นชี้นำไปในทางที่ผิด โฆษณาบางชิ้นบางอันบอกว่า ผลิตภัณฑ์ของพวกเขานั้นมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับนมแม่เอามาก ๆ หรือมีสารอาหารบางอย่างที่ทำให้คุณหนู ๆ ฉลาดขึ้นหรือสุขภาพดีขึ้น หรืออ้วนขึ้น ข้อมูลประเภทนี้ทำให้เหล่าคุณแม่สับสน”

แต่บริษัทขายนมผงก็บอกว่าเรื่องนั้นไม่เป็นความจริง

เนสท์เล่ หนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารทารกรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย บอกกับบีบีซีว่า “เราไม่เห็นด้วยกับการกล่าวหาเช่นนั้นอย่างแรง ซึ่งกล่าวหาเนสท์เล่ว่าโปรโมทผลิตภัณฑ์นมผงในอินโดนีเซียอย่างไม่หยุดหย่อนและอย่างหักโหม เนสท์เล่เชื่อว่า   นมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทารก และเราก็สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลาหกเดือนนับตั้งแต่กำเนิด”

ข้อความคำแถลงก็กล่าวต่อบอกว่า เนสท์เล่เองก็จัดหาห้องสำหรับให้นมแม่ ในที่ทำงาน และโปสเตอร์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่สถาบันสุขภาพหลาย ๆ แห่ง

การโต้วาทะมีทีท่าที่จะดำเนินต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามและหาทางที่จะลงมือปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ฉบับนี้อย่างไรให้ดีที่สุด

ยังคงมีคำถามที่ยังไม่ได้ตอบอีกมาก เช่น กฎหมายฉบับนี้จะถูกบังคับใช้อย่างไร? การจะมีตรวจสอบชนิดไหนที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทต่าง ๆ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคุณแม่ในที่ทำงานด้วย? มันจริงแท้แค่ไหนที่เหล่าบริษัทผมผงจะถูกดำเนินคดีเมื่อทำผิดกฎหมาย?

การสร้างความมั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด

การขาดสารอาหารเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็ก ๆ ชาวอินโดนีเซียเป็นล้าน ๆ คน กฎหมายฉบับใหม่นี้เป็นความพยายามที่ตั้งใจดีที่จะตอบโจทย์วิกฤตอันนี้

รัฐบาลอินโดนีเซีย จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จัดการตรงเป้าหมายไปที่ผู้ยืนขวางทางความพยายามดี ๆ เพื่อเห็นแก่คนรุ่นถัดไป 

ที่มา: 
http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-pacific-11586719

สื่อที่เกี่ยวข้อง

article
article
article