Skip to main content

วารสาร

ติดเกมส์ ปัญหาที่รอการแก้ไข

1810 ครั้ง
ข้อมูลผู้เขียน
ผู้เขียน: 
ศูนย์ข้อมูลวิชาการ

ติดเกมส์ ปัญหาที่รอการแก้ไข 

ปัญหาเด็กติดเกมไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นประเด็นที่สังคมถามหาทางออกกันมานานพอสมควรแล้ว แต่ดูเหมือนนี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่แก้ไม่ตก

ข้อมูลจาก กลุ่มงานเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า เด็กและเยาวชนไทยยุคใหม่ใช้เวลาโดยเฉลี่ยวันละ ๒ ชั่วโมงไปกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ และ ร้อยละ ๘๐ ของเด็กที่ติดเกมเลือกเล่นเกมแนวต่อสู้

ผลการสำรวจพ่อแม่ผู้ปกครองโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเลิกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ:ประเทศไทย (NECTEC)เมื่อ ปี ๒๕๔๓พบว่าในครอบครัวไทย มีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ร้อยละ ๒๗ในครอบครัวเหล่านี้ ร้อยละ ๙๐มีเด็กใช้งานเป็นประจำ โดยใช้ในกิจกรรมการเล่นเกมมากที่สุด คือ ร้อยละ ๓๑ของการใช้งานทั้งหมด โดยผู้ปกครองจำนวนมากไม่รู้เห็นว่าลูกหลานใช้เน็ตเพื่อการใด โดย ร้อยละ ๔๕ไม่ใกล้ชิดเวลาเด็กใช้เน็ต

จากข้อค้นพบดังกล่าว พญ.วินัดดาปิยะศิลป์แห่งสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้ให้ความสนใจศึกษาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เด็กและวัยรุ่นใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกมมากใช้ในการศึกษาน้อยโดยพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลการใช้คอมพิวเตอร์ของลูก

ใน รายงานสุขภาพคนไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ก็ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจที่สะท้อนมุมมองของเด็กเยาวชนต่อการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ไว้ในเรื่องสถานการณ์ “เด็กไทยยุคไซเบอร์”ดังภาพประกอบ

 

ภาพแสดงทัศนะจากเยาวชนต่อโทษและประโยชน์การเล่นเกมคอมพิวเตอร์

 

 

            จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ นั่นคือ เกมคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยอีกทั้งยังแทรกซึมสู่บ้านเรือนนับล้านๆ โดยเกมยอดนิยมคือเกมประเภทต่อสู้ ใช้ความรุนแรง ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้เข้าไปดูแลความเป็นไปอย่างใกล้ชิดเท่าที่ควร จนอาการ “ติดเกม”กลายเป็นสิ่งที่พบได้กับเด็กทั่วไป คุณหมอวินัดดาได้ให้ข้อแนะนำในการ “แก้เกม”เมื่อประสบปัญหาดังกล่าวเอาไว้ดังนี้

  • ตกลงกติกากันให้ชัดเจน พยายามให้ลดหรือเลิก ถ้าลด ให้จัดเวลากันใหม่ลดเวลาเล่นลงทีละน้อยเช่น เดิมเล่นทุกวัน วันละ ๓ชั่วโมง ลดลงดังนี้ สัปดาห์แรกให้เล่นวันละ ๒ ชั่วโมง สัปดาห์ที่ ๒ให้เล่นวันละ ๑ ชั่วโมง สัปดาห์ที่ ๓ให้เล่นเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ไม่เกินวันละ ๑ ชั่วโมงถ้าเลิกเล่นเกมให้จัดกิจกรรมทดแทนเวลาที่เคยเล่นทันทีกิจกรรมควรสนุกก่อนให้เด็กเพลิดเพลิน เบนความสนใจไปจากเกม
  • การเอาจริงกับข้อตกลง ด้วยสีหน้า ท่าทาง
  • ตกลงทดลองปฏิบัติเป็นเวลาที่แน่นอน เช่นทดลองปฏิบัติเป็นเวลา 1 เดือน แล้วกลับมาประเมินผลร่วมกันหาทางปรับเปลี่ยนแก้ไข
  • กำหนดทางปฏิบัติเมื่อเกิดปัญหาเช่น ถ้าลูกไม่ทำตามแม่จะทำอะไรจะให้ช่วยอย่างไร
  • มีการบันทึกผลการช่วยเหลือและนำมาพูดคุยกันเป็นระยะๆชมในเรื่องที่ได้ทำไปแล้วได้ผลดี ข้อใดยังทำไม่ได้ให้กลับมาติดตามงาน
  • ประเมินผลเมื่อครบเวลาที่ตกลงกันไว้
  • ปรับกติกากันใหม่ถ้ามีปัญหาความร่วมมือ หรือทำไม่ได้
  • จูงใจให้อยากเลิกด้วยตนเอง
  • สร้างความสามารถในการควบคุม เสริมทักษะการควบคุมตนเอง
  • จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ ไม่มีสิ่งกระตุ้นเรื่องเกม
  • จัดกิจกรรมให้ใช้เวลาที่เคยเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่สนุกอย่างอื่น อย่าปล่อยให้ว่าง

การป้องกันสำคัญกว่าการรักษามากควรคิดเสมอว่าเด็กมีโอกาสติดเกมทุกคน การป้องกันเริ่มได้ตั้งแต่เด็กยังไม่ติดเกมอาจเริ่มได้ตั้งแต่ขวบปีที่สองโดยฝึกให้รู้จักกติกา ขอบเขต และทักษะในการควบคุมตนเอง

คุณหมอวินัดดา ให้ข้อคิด

ที่มา: 
โครงการการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ ๓
AttachmentSize
tidekms_payhaathiirkaaraekaikh.doc4.19 MB

สื่อที่เกี่ยวข้อง

document
document
document